ลองมาทำความเข้าใจเรื่อง น้ำตาลในฉลากโภชนาการ กันดีกว่า? ดูยังไงให้เข้าใจได้ถูกต้อง?

รอบนี้มีเรื่องที่อยากเอามาเล่าให้ฟังซักหน่อยเกี่ยวกับฉลากโภชนาการ พอดีไปเจอไมโล 3 in 1 สูตรที่เค้าบอกว่าเป็นสูตรไม่มีน้ำตาลทราย ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะหลังๆคนรักสุขภาพกันมากขึ้น แต่ทีนี้พอพลิกไปดูฉลากโภชนาการ จะยังเห็นว่ามีน้ำตาลอยู่ 8 กรัม ซึ่งส่วนตัวก็อดคิดไม่ได้ว่าน่าจะมีคนเข้าใจว่า “อ้าว ไหนบอกไม่ใส่น้ำตาลไง” แล้วก็เข้าใจผิดกันไป

ครั้งนี้ก็เลยพิเศษหน่อยโดยนอกจากจะหยิบเครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ 3 in 1 มารีวิวความต่างให้ดูกันแล้ว ก็มีทิปที่อยากจะแชร์เวลาจะเช็คฉลากโภชนาการกันหน่อยครับผม

วันนี้หยิบมาทั้งหมด 3 ยี่ห้อที่เราเห็นในตลาดก็มีอยู่ ซึ่งได้แก่ ไมโล, โอวัลติน และ ดีมอลต์ 

ซึ่งผมหยิบทุกสูตรที่มีมาเทียบให้ดูกันซึ่งได้แก่ สูตรปกติ, สูตรน้ำตาลน้อย และสูตรไม่มีน้ำตาลทราย โดยแยกตามยี่ห้อก็ได้กลุ่มตามด้านล่างนี้เลย

ทีนี้เรามาลองเทียบฉลากโภชนาการข้างซองกันหน่อยดีกว่า

มาดูที่สูตรปกติกันก่อนของทั้ง 3 ยี่ห้อ ก่อนอื่น ด้านข้างซองจะมีข้อมูลที่ต้องดูอยู่ 2 อย่างด้วยกัน 

  1. ข้อมูลโภชนาการ
  2. ส่วนประกอบโดยประมาณ

ซึ่งในการดูนั้น อย่างแรก “ข้อมูลโภชนาการ” อันนี้ใช้ดูปริมาณของสารอาหารที่เราจะได้รับต่อหน่วยการบริโภค ซึ่งจะบอกได้ด้วยว่าเราควรบริโภคเท่าไหร่ต่อวัน อันนี้เป็นข้อมูลชุดแรกที่เราจำเป็นต้องดูละ

ตัวอย่างข้อดีของการดูข้อมูลนี้เช่น รูปข้างล่างนี้ เป็นตารางจากสูตรน้ำตาลน้อย ที่ทั้ง 2 ยี่ห้อบอกเหมือนกันเลยว่าลดปริมาณน้ำตาลลง 30% เราก็คิดว่า เออ ลดลง 30% เหมือนกัน แต่พอมาดูฉลากนี้แล้วก็จะเห็นว่าลดลงที่ว่าน่ะ เหลือเท่าไหร่กันแน่? ว่าแต่..แล้วทำไมสูตรไม่มีน้ำตาลทรายยังเห็นมีน้ำตาลล่ะ?

ก็เพราะว่าเป็น น้ำตาลที่มีไม่ได้มาจากน้ำตาลทรายไงครับ แต่มาจากน้ำตาลธรรมชาติ คือแลคโตสจากนม และมอลโตสจากมอลต์

แล้วก็อย่างที่ 2 ที่อยากให้ทุกคนดูด้วยคือ “ส่วนประกอบโดยประมาณ” เนื่องจากเมื่อเรารู้แล้วว่าสารอาหารแต่ละชนิดมีอยู่เท่าไหร่ แต่เรายังไม่รู้นิ ว่าสารอาหารนั้นมาจากอะไร? เป็นส่วนประกอบที่มีประโยชน์รึเปล่า?

เราลองมาดูเทียบกันอีกหน่อยดีกว่า รูปแรกจากสูตรปกติ เราจะเห็นความต่างบางอย่าง เช่น นมที่ใช้ผสม ไมโลจะใช้นมพร่องมันเนยกับนมขาดมันเนย แต่ของดีมอลต์จะเป็นนมขาดมันเนยกับครีมเทียม ซึ่งถ้าเราดูแค่ข้อมูลโภชนาการก็คงจะบอกเรื่องนี้ไม่ได้

อีกจุดนึงก็จะเป็นเรื่องของน้ำตาล ซึ่งในรูปของสูตรน้ำตาลน้อยกับไม่มีน้ำตาลทรายข้างล่างนี้ เราจะถึง % ของน้ำตาลแต่ละแบบที่ใส่ในแต่ละสูตร ซึ่งก็จะเห็นว่าสูตรไม่มีน้ำตาลทรายจะไม่มีระบุน้ำตาลอยู่นี่ล่ะ

ดังนั้น เลยจะขอแนะนำให้ดูฉลาก 2 แบบควบคู่กัน ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจส่วนประกอบของอาหารที่เราจะซื้อได้อย่างไม่ผิดพลาดครับ

อ่ะ หลังจาก เช็คเรื่องการอ่านฉลากเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ดูความต่างของแต่ละยี่ห้อกันต่อดีกว่า

ข้างในซองใหญ่ก็จะแยกเป็นซองเล็กๆ 1 ซองต่อ 1 แก้ว

มาลองชงแล้วก็ชิมของแต่ละยี่ห้อกันก่อนดีกว่า

ต่อมาก็มาถึงขั้นตอนลองชิมกันเลยดีกว่า

ดีมอลต์ รสชาติค่อนข้างหวาน แต่มีความหอมมอลต์ที่น่าจะมาจากข้าวบาร์เล่ย์งอก ที่หอมแบบไม่เหมือนกับไมโลกับโอวัลติน ซึ่งผมชอบนะ

โอวัลติน  :  รสหวานค่อนข้างแหลมพอสมควร น่าจะหวานสุดใน 3 ยี่ห้อ แต่ที่ซองบอกว่าให้ผสมน้ำ 200 ml ซึ่งมากกว่ายี่ห้ออื่นที่ 150 ml เลยลองผสมที่ 200 ml ดูก็รู้สึกว่าหวานกำลังโอเค แต่ความเข้มข้นก็จะรู้สึกจางๆลงไปด้วย

ไมโล ค่อนข้างหวานอยู่เช่นกัน รสชาติมอลต์ก็ค่อนข้างชัดเจนนะ เข้มข้นดี

ไมโลสูตรน้ำตาลน้อยกว่า 30% : ความหวานลดลงค่อนข้างชัดเจน แต่ที่ประหลาดใจคือ ความเข้มข้นของรสมอลต์นั้นรู้สึกมากขึ้นกว่าสูตรปกติ ผมว่าค่อนข้างโอเคเลยสำหรับสูตรนี้

โอวัลตินสูตรน้ำตาลน้อยกว่า 30% : ความหวานลดลงชัดเจนเช่นกัน ความเข้มข้นของมอลต์ได้ใกล้เคียงสูตรปกติ

ไมโลสูตรไม่มีน้ำตาลทราย : อันนี้ขอบอกเลยว่าเหมาะสำหรับคนดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ เพราะความหวานหายไปเยอะมากก จนเรียกได้ว่าไม่หวานเลย เลยรู้สึกว่ารสชาติจะเบาบางไปหน่อย บางคนอาจจะไม่ชินกับรสชาติของสูตรนี้ แต่ถ้าลองลดปริมาณน้ำนิดนึง จะช่วยให้รู้สึกถึงความเข้มข้นเพิ่มขึ้นได้

โดยสรุปแล้ว ในส่วนของการเปรียบเทียบแต่ละยี่ห้อ แต่ละสูตรนั้น Editor’s choice ในครั้งนี้ขอยกให้กับ ไมโลสูตรน้ำตาลน้อยกว่า 30% เนื่องจากได้ทั้งปริมาณน้ำตาลที่ลดลง แล้วยังรู้สึกถึงความเข้มข้นที่มากขึ้นด้วย เลยค่อนข้างไปกันได้ทั้งเรื่องของรสชาติ และดีต่อสุขภาพด้วย

และในส่วนของการดูฉลาก หลายๆคนน่าจะเข้าใจวิธีการดูฉลากโภชนาการได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งก็หวังว่าน่าจะช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้าขอเพื่อนๆได้ดียิ่งขึ้นครับ : )

แล้วเพื่อนๆล่ะ ชอบยี่ห้อไหนมากที่สุด?

Piyarit Sudsakorn

About chef_toon


พนักงาน IT ผู้ชื่นชอบการทำขนมเป็นชีวิตจิตใจ และช่างสงสัยในทุกอย่าง จนต้องจับของมารีวิวซะให้หมด Social media : Facebook